ความจริง - ความฝัน ?

posted on 18 Jul 2011 22:00 by sea-sea
คุณเคยมีความฝันมั้ย ?

 

1

กระผม เชื่อว่าทุกคนในตอนเด็กๆ จะโดนผู้ใหญ่ทั้งหลายถามว่า “โตขึ้นเราอยากเป็นอะไร”  , 

“โตขึ้นอยากทำงานอะไรล่ะ” อยู่ที่ว่าจะมากหรือน้อยแค่นั้นเอง

แน่นอน ตอนผมเด็กๆก็โดนถามคำถามลักษณะนี้มาอย่างมากมายเช่นกัน แต่มีเหตุการณ์นึงเกี่ยวกับ

คำถามนี้ที่กระผมจำได้ และมันก็ทำให้ผมฉุกคิดอะไรมาได้บางอย่างในตอนโต

              

2

ณ ห้องเรียนสมัยประถมศึกษา (วิชาอะไรจำไม่ได้แล้ว)

คุณครูได้ถามคำถามนึงกับนักเรียนทุกคนว่า

“เอ้า .. เด็กๆโตขึ้นอยากจะประกอบอาชีพอะไรกันบ้าง”

เพื่อนผมบางคน บ้างก็บอก

“อยากเป็นทหารครับ จะได้รับใช้ชาติ” 

พร้อมกับทำหน้าตาขึงขัง

“อยากเป็นนางแบบค่ะเพราะหนูอยากสวยๆ มีหุ่นดีๆเหมือนนางแบบ”

พร้อมกับยืนขึ้นอวดทรวดทรวง องเอว

“อยากเป็นโจรครับ … ”

ทันใดนั้น เพื่อนทั้งห้องพากันเงียบ

“ทำไมถึงอยากเป็นโจรหล่ะนักเรียน”

เสียงคุณครูถามต่อมาอย่างทันควัน

“เพราะผมอยากปล้นเงินคนรวย มาแจกคนจนครับ มันดูเท่ดี ”

(คาดว่าไอ้คนนี้มันคงดูหนังแนว โรบินฮู้ดเยอะเกินไป 55+)

เสียงปรบมือพากันดังขึ้นทั้งห้อง

“แล้วนักเรียนคนถัดไปล่ะ”

“อยากเป็นตำรวจครับ!!

“ทำไมถึงอยากเป็นล่ะ มีคุณพ่อเป็นตำรวจหรอนักเรียน”

“ป่าวครับ .. ผมก็แค่อยากจับเพื่อนผมเข้าคุก!! เท่านั้นเอง”

ทันใดนั้นเสียงฮา ก็ดังขึ้นทั้งห้อง

(ใครยังไม่เกต อนุญาติให้ย้อนอ่านด้านบนได้อีกหนึ่งรอบ รอบเดียวพอน่ะ)        

 

แต่เมื่อคำถามนี้ วนมาถึงผม ผมได้ตอบออกไปว่า

“อยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ครับ”

อาจจะเป็นเพราะตอนนั้นผมดูรายการเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์บ่อย เห็นพวกน้ำสีต่างๆ                

หลอดบีกเกอร์ อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ ดูแล้วน่าเข้าไปหยิบจับ เข้าไปเล่นชะมัด

               

 3   

แต่เมื่อพอโตขึ้น ผมได้ลองเรียนวิชาเคมี ฟิสิกส์ ชีวะ ก็ได้ค้นพบว่า

ผมกับวิทยาศาสตร์ทั้งหลายนั้นก็เป็นอันต้องแยกทางเดินกันไป ด้วยเหตุผลง่ายๆคือ 

"เราเข้ากันไม่ได้"

 

 4 

ตอนสมัยมัธยมปลาย ในวงสนทนากับเพื่อนๆ  กระผมมักชอบถามเพื่อนๆว่า

“พวกเมิงมีความฝันกันบ้างป่ะว่ะ” (ขออภัยถ้าไม่สุภาพ แต่เพื่ออรรถรสในการอ่าน)

เพื่อนผมคนนึงรีบตอบมาอย่างทันควันว่า

“มีดิเยอะเต็มไปหมดเลย  มีอยู่ทุกคืน”

  พลั่กกก !!!

เสียงกระผมใช้บาทาสัมผัสที่แก้มก้นมัน หนึ่งทีอย่างนิ่มนวล ตามภาษาเพื่อนรัก

ทันใดนั้นเพื่อนผมอีกคนก็กล่าวออกมาว่า

“มีดิ ตอนเด็กๆกูฝันอยากจะเป็นนักร้อง”

นี่แหละคำตอบบ ในแบบที่ผมต้องการ

ผมก็รีบพูดออกมาว่า

“ละทำไมเมิงไม่คิดจะตามล่าความฝันตัวเองบ้างว่ะ พี่ตูนบอกไว้นะเว้ย ว่า

ชีวิตมันต้องเดินตามหาความฝันนน(ในตอนนั้นเพลงความเชื่อ ของบอดี้สแลมกำลังดังอย่าไม่ลืมหู ลืมตา)”

เพื่อนผมตอบมาว่า

“เห้ยย ไอ้บ้า ค่ายเพลงที่ไหนเค้าจะเอากู เสียงก็ไม่ได้เรื่อง ดนตรีก็เล่นไม่เป็นสักชิ้น”

ผมยังชักจูงต่อ

“เห้ยยย ของแบบนี้มันฝึกกันได้ ไม่มีใครเกิดมาร้องเพลงเก่งเลย หรือเล่นเครื่องดนตรีเป็นหรอก”

เพื่อนผมตอบกลับมาว่า

“ไม่รู้ว่ะ กูรู้แต่ตอนนี้กูต้องตั้งใจเรียนหนังสือให้เก่งๆ เพื่อเข้ามหาวิทยาลัยที่ดีๆ จบแล้วหางานทำที่

ได้เงินมากๆ จะได้นำเงินไปเลี้ยงพ่อ แม่กู เค้าคาดหวังกับตัวกูเอาไว้มาก”

ผมได้แต่นิ่งเงียบบ … ตามเหตุผลของมันไป

       

 5  

จนวันเวลาล่วงเลยผ่าน ความคิด ความอ่านค่อยเติบใหญ่ขึ้น จึงเกิด คำถามๆหนึ่งค้างอยู่ในใจ
 
จริงหรอ ?  เมื่อคนเราเติบโตขึ้นมา อยู่บนโลกของความเป็นจริงมากขึ้น  อยู่ในกรอบที่สังคมขีดขึ้นมา
 
กำหนดทุกอย่างให้เรา ตั้งใจเรียนในวัยมัธยมปลาย เพื่อที่จะได้มีGPA สูงๆ ก่อนสอบแอดมิดชั่น
 
ก็ไปกวดวิชาตามสถาบันชั้นนำเพื่อให้ได้คะแนนดีๆ เพื่อให้ได้เข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงโด่งดัง
 
ตั้งใจเรียนในมหาวิทยาลัย เพื่อที่จะได้เอาเกรดไปสมัครงานตามบริษัทชั้นนำ เพื่อที่จะได้เงินเดือนสูงๆ
 
 .
 
 .
 
 .

 

แล้วความฝันที่เคยฝันในวัยเด็กหล่ะ !!

คุณหมอหรือนางพยาบาลที่อุทิศตนเพื่อจะช่วยเหลือคนอื่นอย่างแท้จริง
 
ทหารที่รับใช้ชาติ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก
 
นักวิทยาศาสตร์ที่สนุกกับการค้นคว้าทดลองสิ่งใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา
 
นักร้องหรือนักแสดง ที่อยากสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้ผู้ชม
 
หรือแม้กระทั่ง นักการเมืองที่อาสาอยากจะพัฒนาประเทศชาติจริงๆ
 
กระผมหวังว่ามันยังคงอยู่ ในส่วนลึกๆของจิตใจทุกคนบ้าง …
 
 
6
 
ส่วนตัวผมขอไปดู รายการวิทยาศาสตร์ที่ไม่ได้ดูมานานหลายสิบปีต่อ ก่อนนะครับ ^^
 
----------------------------------------------------------------
 
แนะนำตัวผู้เขียนกันสักหน่อย
 
ชื่อเล่น : ซี
 
การศึกษา การทำงาน รวมไปถึงความฝัน : จบเศรษฐศาสตร์ แต่พอจบแล้วดันทะลึ่ง อยากทำงานเกี่ยวกับ
 
หนังสือ หรือเป็นนักเขียนซะงั้น จึงเริ่มต้นด้วยการอยู่กองบรรณาธิการ สำนักพิมพ์เล็กๆแห่งหนึ่ง
 
และด้วยความที่จบมาไม่ตรงสาย จึงทำให้ได้เงินเดือนอันน้อยนิด เมื่อเทียบกับเหล่าผองเพื่อนที่อยู่ตามธนาคาร
 
T.T
 
(ยังจะบ่นอีกเมิง เค้าให้โอกาสทำก็ดีแค่ไหนแล้ว ฮ่าๆ )
 
แต่ไม่เป็นไร ในเมื่อเราแน่ใจว่าสิ่งที่ทำ ณ ตอนนี้มันเป็นความใฝ่ฝันของเรา
 
และเป็นสิ่งที่เราอยากจะทำมากที่สุด
 
สู้ต่อไปทาเคชิ อิ อิ อิ !!! (พยายามจะเขียนให้เป็นเสียงเอคโค่น่ะ)
 
ป.ล. ผู้เขียนยินดีเป็นอย่างยิ่ง สำหรับคำแนะนำ ติชม เพื่อจะได้พัฒนาผลงานให้ดียิ่งขึ้นสืบไป
 
 
 


edit @ 20 Jul 2011 10:07:10 by Sea

edit @ 20 Jul 2011 14:32:11 by Sea

Comment

Comment:

Tweet

@skullman ขอบคุณสำหรับกำลังใจ อันหนักแน่นครับ!!

#8 By Sea on 2011-07-26 08:55

ยังมีแรง ยังมีจิตวิญญาณอิสระ
ก็ต้องลองเดินหน้าให้เต็มที่สักตั้งล่ะครับ
(สูตรสำเร็จแห่งระบบชีวิตเหล่านั้นควรถูกเอาชนะ
...ไม่ใช่เพราะมันแค่น่าเบื่อ
แต่มันกำลังนำพามนุษย์ชาติให้ดิิ่งลงต่ำอย่างทุกข์ทรมาน)

เป็นกำลังใจให้ครับ

#6 By skullman on 2011-07-25 14:23

@พอกลอน ครับผม พอจะทราบอยู่บ้าง ^^

แต่ถ้าเราไม่เอาเงินเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่ง

ก็น่าจะไหวอยู่ (กำลังพยายามน่ะครับ ฮ่าๆ)

@Yin ขอบคุณครับสำหรับกำลังใจ ดี ๆ ^^

#5 By Sea on 2011-07-24 23:56

ชอบเรื่องคุณยายอะ ^^
เป็นกำลังใจให้นะ จะได้มีผลงานดีๆ มาให้อ่านอีก

#4 By Yin (124.122.121.244) on 2011-07-23 22:17

วงการนี้เงินจะน้อยอยู่แล้วครับ
เพราะเป้นวงการที่เล็ก
ถ้าเอาไปเทียบกับการเงินหรือธนาคารนี้เครียดเด้อbig smile
ครับผม ยินดีครับ

big smile big smile

#2 By Sea on 2011-07-21 09:50

Hot! Hot!

เคยมีคะความฝัน มีเยอะมากด้วย 555+

สำเร็จมั้งไม่สำเร็จมั้ง แต่มีความสุขคะ

ที่อย่างน้อยก็ได้ทำอย่างใจฝัน big smile big smile

---

ขอบคุณนะคะสำหรับคอมเม้น สู้ๆคะbig smile big smile

-----------------------

#1 By YiM-YiiM on 2011-07-20 11:54